สวัสดิการ สุขภาพจิต และสุขภาพใจของพนักงาน คือสิ่งที่ผู้ประกอบการ ผู้บริหาร ตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลขององค์กรไม่ควรมองข้าม เพราะการมีสุขภาพกายใจที่สมบูรณ์แข็งแรง ย่อมหมายถึงประสิทธิภาพการทำงานที่เต็มร้อย พร้อมจะสร้างผลงานและทำให้องค์กรก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง แต่รู้ไหมว่า นอกจากสวัสดิการที่มอบให้แล้ว สิ่งหนึ่งที่ส่งผลต่อชีวิตของพนักงานโดยที่ผู้ประกอบการหลายคนอาจมองข้ามไป คือการเดินทางไกลเพื่อไปทำงานทุกวันนั่นเอง
ผลกระทบที่มองไม่เห็นจากการทำงานไกลบ้าน
ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จากทั้งค่าเดินทางและค่าครองชีพ
เมื่อที่ทำงานอยู่ไกลบ้าน เรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน หรือแม้แต่ค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะ ล้วนเป็นภาระทางการเงินที่ต้องแบกรับเป็นประจำ นอกจากนี้ ค่าอาหารกลางวันและค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดระหว่างวันก็มีแนวโน้มสูงขึ้นด้วยเมื่ออยู่ในเมือง
เวลาในการทำกิจกรรมอื่น ๆ หายไป
การเดินทางไกลไปทำงานทุกวันส่งผลกระทบโดยตรงต่อเวลาส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นเวลาพักผ่อนที่น้อยลง เพราะต้องตื่นแต่เช้าและกลับถึงบ้านดึก ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าสะสม เวลาออกกำลังกายก็ไม่มี ทำให้สุขภาพร่างกายทรุดโทรมลงในระยะยาว และที่สำคัญคือ เวลาอยู่กับครอบครัวก็น้อยลงไปด้วย ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการกระชับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวได้
มีโอกาสป่วยง่ายขึ้นเนื่องจากสัมผัสเชื้อโรคระหว่างการเดินทาง
สำหรับใครที่ต้องใช้ระบบขนส่งสาธารณะไปทำงานทุกวัน ย่อมเพิ่มโอกาสในการสัมผัสเชื้อโรคต่าง ๆ ยิ่งในยุคที่มีการระบาดของโรคอย่างปัจจุบันยิ่งอันตราย ส่วนผู้ที่ใช้รถใช้ถนนก็ต้องเผชิญกับมลพิษทางอากาศระหว่างเดินทาง แล้วไหนจะความเครียดจากการจราจรที่ติดขัดและความกดดันที่ต้องมาทำงานให้ทันเวลา ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิตอีกด้วย
รับมืออย่างไร หากต้องทำงานไกลบ้าน ?
แนวทางการรับมือสำหรับพนักงาน
วางแผนการเดินทางให้ดี
หากได้ที่ทำงานไกลบ้าน ควรศึกษาเส้นทางและวางแผนการเดินทางล่วงหน้า โดยอาจใช้ Google Map เพื่อเช็กสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีการจราจรติดขัด หรือพิจารณาทางเลือกอื่น ๆ นอกจากรถส่วนตัว เช่น BTS หรือ MRT ซึ่งอาจช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่า
สวมหน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อย ๆ ในกรณีต้องใช้รถสาธารณะ
หากเลือกที่จะเดินทางด้วยรถสาธารณะแล้ว อย่าลืมสวมหน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อย ๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโรค ถ้าจะให้ดี แนะนำให้พกเจลแอลกอฮอล์ล้างมือติดตัวไว้เสมอ รวมถึงหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าโดยไม่จำเป็นด้วย
แบ่งเวลาการทำงานและพักผ่อนให้ชัดเจน
กำหนดเวลาทำงานและเวลาพักผ่อนให้ชัดเจน แม้จะต้องใช้เวลาเดินทางนานเพราะที่ทำงานอยู่ไกลจากที่พัก ก็ควรพยายามรักษาสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว (Work-Life Balance) ให้ได้มากที่สุด โดยอาจใช้เวลาระหว่างเดินทางให้เป็นประโยชน์ เช่น อ่านหนังสือ ฟังพอดแคสต์ หรือวางแผนชีวิตสำหรับวันถัดไป
แนวทางการรับมือสำหรับผู้ประกอบการ
ออกนโยบายการทำงานแบบ Remote Work
พิจารณาออกนโยบายให้พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้านได้บางวัน หรือการทำงานแบบ Remote Work เพื่อลดภาระในการเดินทาง ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความเครียดของพนักงานแล้ว ยังอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้วย
เลือกใช้ออฟฟิศแบบ Co-Working Space เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย
สำหรับบริษัทที่มีพนักงานกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ อาจพิจารณาเลือกใช้ออฟฟิศแบบ Co-Working Space ในทำเลต่าง ๆ เพื่อให้พนักงานสามารถเลือกทำงานในสถานที่ที่ใกล้บ้านมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
ส่งเสริมสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพกายและใจของพนักงาน
จัดกิจกรรมและสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพกายและใจของพนักงาน เช่น การใช้เฟอร์นิเจอร์สำนักงานแบบ Ergonomics เพื่อลดปัญหาสุขภาพจากการนั่งทำงานเป็นเวลานาน หรือให้สิทธิประโยชน์ด้านการตรวจสุขภาพประจำปี
สร้างสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวให้พนักงานของคุณ ตลอดจนลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นสำหรับองค์กร ด้วยโซลูชันออฟฟิศที่ยืดหยุ่นจาก JustCo ผู้นำด้าน Co-Working Space ในกรุงเทพมหานครและระดับสากล เรามอบทางเลือกที่ตอบโจทย์การทำงานหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) การทำงานที่ออฟฟิศ หรือรูปแบบผสมผสาน ทั้งยังช่วยลดความเครียดของพนักงานด้วยบรรยากาศที่สวยงาม เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ เหมาะกับทั้งงานที่ต้องใช้สมาธิและงานที่ต้องการไอเดียใหม่ ๆ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ได้แก่ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เครื่องดื่ม ของว่าง และเฟอร์นิเจอร์สำนักงานแบบ Ergonomics เดินทางสะดวกด้วย 5 สาขาบนทำเลติดรถไฟฟ้าใจกลางกรุงเทพฯ ลงทะเบียนรับคำปรึกษาและนัดชมพื้นที่จริงได้แล้ววันนี้ที่เว็บไซต์ของเรา
ประเทศไทย