เรื่องราวของชุมชน

ออฟฟิศของคุณพร้อมสำหรับชาว Gen Z แล้วหรือยัง?

จากการสำรวจของ Adobe ชาว Gen Z ไม่ได้มีบทบาทเพียงแค่เรื่องการอุปโภคบริโภคและวัฒนธรรมการทำงานเท่านั้น แต่ผลสำรวจยังระบุอีกว่า 27% ของคนกลุ่มนี้ จะเป็นกำลังสำคัญในการทำงานภายในปี 2025 ดังนั้นบริษัทจึงต้องสร้างแรงดึงดูดให้กลุ่มคนรุ่นนี้มาเข้าร่วมทำงาน หากต้องการให้บริษัทมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดมากยิ่งขึ้น

แต่สิ่งที่เจนเนอเรชั่นนี้มองหาในบริษัทคืออะไร? และอะไรคือสิ่งที่เราควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับคนในเจนเนอเรชั่นนี้ เพื่อดึงดูดพวกเขาให้เข้ามาทำงานในบริษัทของคุณ?

ใครที่อยู่ในช่วง Gen Z บ้าง?

เจนเนอเรชั่น Z เป็นบุคคลที่เกิดในช่วงระหว่างปี 2540 – 2555 ที่เกิดมาในยุคที่เทคโนโลยีกำลังเติบโต ฉะนั้นคน Gen Z จึงมีความแตกต่างจากคนในยุคเบบี้ บูมเมอร์ และยุคมิลเลนเนียล เพราะคนใน Gen Z ได้เจอกับประสบการณ์ที่หลากหลายที่เป็นเสมือนรอยต่อของนวัตกรรมต่าง ๆ นอกจากนี้ยังเป็นที่รู้กันดีว่า กลุ่มคน Gen Z เป็นคนที่ชอบเข้าสังคม และให้ความสำคัญกับความสมดุลของทั้งการทำงานและการใช้ชีวิต อีกทั้งยังมีความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีเมื่อเปรียบเทียบกับคนในยุคอื่น ๆ ซึ่งอาจจะพูดได้ว่าพวกเขาเป็นชาวดิจิทัลโดยกำเนิด และแน่นอนว่า ความสุขของคนยุคนี้คือประสบการณ์ทางด้านดิจิทัลในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินค้าที่มีความเฉพาะตัวและการใช้โซเชียลมีเดีย ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจถ้าคนยุคนี้จะคาดหวังกับรูปแบบการทำงานที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตจากบริษัทในปัจจุบัน

นอกจากนี้การระบาดของโรคโควิด – 19 ยังเป็นตัวเร่งให้เกิดจากเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลของการทำงาน ทำให้หลาย ๆ บริษัทในปัจจุบันต้องปรับตัวและปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับการทำงานของคนกลุ่ม Gen Z มากขึ้น

ในขณะที่ความหลากหลาย การเข้าสังคม และความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นหัวใจหลักของคน Gen Z แต่รู้หรือไม่ว่าคนจำนวนมากในเจนนี้ได้รับผลกระทบกับวิกฤตที่เกิดขึ้น ซึ่งจากการสำรวจระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายนปี 2565 พบว่าคนไทย 8 ใน 10 คน มีปัญหาด้านสุขภาพจิต โดยเป็นคน Gen Z สูงถึง 48% สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่า ความไม่แน่นอนที่เกิดจากโรคระบาดและวิกฤตอื่น ๆ ที่สร้างผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ได้สร้างปมทางด้านสังคมทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตกับคนในกลุ่มนี้โดยเฉพาะ

อนาคตของรูปแบบการทำงาน

จากการศึกษาข้อมูลเชิงลึกทางด้านความชอบและการดำเนินชีวิตของกลุ่มคนเจนเนอเรชั่นใหม่ที่เริ่มเข้าสู่ช่วงวัยทำงาน ทำให้เราต้องปรับเปลี่ยนมุมมองของการทำงานให้เป็นไปตามยุคสมัยมากขึ้น ทำให้เกิดคำถามมากมายแก่ผู้ประกอบการและองค์กรต่าง ๆ ถึงจรรยาบรรณการทำงานระหว่างมนุษย์และสมองกล รวมถึงการวางแผนไปสู่สังคมที่มีผู้สูงอายุมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการเฟ้นหาพนักงานที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับงาน เนื่องจากโลกก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง อนาคตของการทำงานจึงต้องการพนักงานที่มีความสามารถ มีความสนใจและความรู้ในการทำงานที่สามารถช่วยให้องค์กรพัฒนาต่อไปได้อย่างมั่นคง

แล้วอะไรคือสิ่งที่ Gen Z ต้องการในงานของพวกเขา? คำตอบที่ได้รับมีความแตกต่างกันเล็กน้อย อย่างเช่น การมีช่วงเวลาทำงานที่ยืดหยุ่นเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและเอื้อต่อการทำงานแบบไฮบริด แต่อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่นอกเหนือไปจากชั่วโมงทำงานที่ยืดหยุ่น

คนเจเนอเรชั่นนี้ส่วนใหญ่มักมองหาแรงบันดาลใจในการทำงานที่สนุกสนาน และสามารถมองเห็นถึงเส้นทางการเติบโตในสายงาน เช่นการเลื่อนขั้นจากความสามารถ การพัฒนาความรู้ในสายงาน  และการได้รับการยอมรับและชื่นชม ซึ่งเป็นแรงผลักดันหลักในการทำงาน ส่วนปัจจัยที่ทำให้เกิดการลาออกจากงานของ Gen Z ก็คือ การทำงานแบบไร้สมดุล และจำนวนวันหยุดพักผ่อนที่น้อยเกินไป

เรื่องนี้มีความสำคัญกับผู้จ้างงานอย่างไร? 

Gen Z มีความสามารถมากมายที่เป็นประโยชน์ให้กับผู้จ้างงาน ทั้งความรู้ด้านดิจิทัล (Digital Savvy) มุมมองที่เข้าใจผลกระทบต่อสังคมและการศึกษาระดับสูง ดังนั้นบริษัทต้องเตรียมความพร้อมและพื้นที่การทำงานให้กับพนักงานวัย Gen Z โดยให้ความสำคัญกับเรื่องนโยบายที่มีความเกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต ความหลากหลายของที่ทำงาน การทำงานร่วมกันเป็นทีม และการให้คำปรึกษาซึ่งกันและกัน

ทั้งนี้ การฝึกอบรมและการพัฒนาผู้นำในองค์กรมีความสำคัญอย่างมาก ซึ่งจะเป็นการให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่มีความหลากหลาย โดยนายจ้างสามารถจัดโปรแกรมสำหรับการฝึกฝน หรือให้ความรู้เพิ่มเติมที่เกี่ยวกับการทำงานต่าง ๆ ภายในองค์กร เพื่อสร้างความก้าวหน้าในสายงาน นอกจากนี้นายจ้างอาจต้องลองปรับใช้การทำงานแบบไฮบริด ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับองค์กร และทำให้กลุ่มคน Gen Z อยากมาทำงานในบริษัทของคุณมากขึ้นด้วย

คนในทุกช่วงวัยต่างมีประสบการณ์ที่ท้าทายแตกต่างกันไป คน Gen Z อาจกำลังเผชิญกับความกังวลใจที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่ในทางกลับกันก็จะช่วยให้พวกเขามีโอกาสที่ดีในอนาคต เพราะพวกเขาจะได้พบกับเพื่อนร่วมงานที่โตกว่าที่มาพร้อมกับประสบการณ์การทำงานที่จะช่วยสอนให้พวกเขาแข็งแกร่งได้ในบางเรื่อง รวมถึงอาจจะได้เรียนรู้เพื่อนร่วมงานที่เป็นกลุ่มคนในเจเนอเรชั่นถัดไปด้วย

หาโคเวิร์คกิ้งสเปซที่เหมาะสมกับทีม Gen Z ของคุณ

การจัดสรรพื้นที่ทำงานที่ปลอดภัยและมีพื้นที่ส่วนกลางในการทำงานร่วมกันนั้นเป็นพื้นฐานทั่วไปของสถานที่ทำงานก็ว่าได้ สำหรับพื้นที่ทำงานในกรุงเทพฯ อย่างโคเวิร์คกิ้งสเปซนั้น สามารถปรับเปลี่ยนและรองรับกับการทำงานที่เหมาะสม รวมถึงช่วยสร้างความสมดุลให้กับการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยสร้างสวัสดิภาพให้กับเหล่าพนักงานได้อย่างลงตัว โดยจัสโคมีให้บริการถึง5 สาขาในกรุงเทพฯ พร้อมสาขาใหม่ล่าสุด  Silom Edge ที่มาพร้อมบริการให้เช่าพื้นที่ทำงานในกรุงเทพฯ ที่มีการตกแต่งที่สวยงามพร้อมกับบรรยากาศที่น่านั่งทำงาน ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกในการทำงาน สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจสามารถนัดชมพื้นที่ทำงานของจัสโคได้ทุกสาขาในกรุงเทพฯ เพื่อสัมผัสกับโคเวิร์คกิ้งสเปซที่ดีที่สุดและเหมาะกับการทำงานของคุณ

ติดต่อเราวันนี้เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับพื้นที่ทำงานในกรุงเทพฯ