Book A Tour
{:th}ติดต่อเราวันนี้{:}{:en}Get In Touch With Us Today!{:}

{:th}ติดต่อเราเพื่อนัดเข้าชมสถานที่{:}{:en}Contact us to arrange a visit.{:}












or call us at +66 (0) 2 055 8606

{:th}นัดเข้าชมสถานที่{:}{:en}Book a Tour!{:}

{:th}ติดต่อเราเพื่อนัดเข้าชมสถานที่{:}{:en}Contact us to arrange a visit.{:}











or call us at +66 (0) 2 055 8606

Community Stories

เทคโนโลยีและดีไซน์ของสถานที่ทำงานช่วยให้พนักงานรู้สึกผูกพันกับองค์กรและนำไปสู่ความแข็งแกร่งของธุรกิจได้อย่างไร

จากรายงานของ Steelcaseชี้ให้เห็นว่าความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กรแปรผันโดยตรงกับการที่พนักงานสามารถเลือกรูปแบบการทำงานได้เอง โดย 88% ของพนักงานให้ความเห็นว่าเหตุผลหลักที่ทำให้รู้สึกผูกพันกับองค์กรและเกิดความพึงพอใจอย่างสูงในที่ทำงานมาจากการได้เลือกว่าจะทำงานที่ไหนและมีรูปแบบของการทำงานอย่างไร ทั้งนี้ แพนเดมิคนำไปสู่การสร้างข้อจำกัดมากมายด้านความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน ประกอบกับพนักงานเองก็ต้องการความยืดหยุ่นในการทำงานเพิ่มสูงขึ้น รูปแบบการทำงานแบบผสมผสานหรือ “ไฮบริด” จึงเกิดขึ้นอย่างถาวรให้ธุรกิจสามารถนำไปปรับใช้ ปัจจุบัน บริษัทอย่างไมโครซอฟต์ได้เริ่มเปลี่ยนสู่รูปแบบการทำงานแบบไฮบริด ให้พนักงานสามารถทำงานได้จากที่บ้านและที่ไหนก็ได้ที่สะดวก แต่ยังสามารถคงประสิทธิภาพในการทำงานและบรรลุเป้าหมายของธุรกิจได้

หลายบริษัทเลือกใช้พื้นที่ทำงานแบบพร้อมใช้เพื่อผันตัวสู่รูปแบบการทำงานประเภทไฮบริด ให้พนักงานสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ หรือเพื่อลดศูนย์กลางของการทำงานลง จัสโค ซึ่งเป็นผู้นำให้บริการด้านพื้นที่ทำงานแบบยืดหยุ่นระดับชั้นนำในเอเชียแปซิฟิก เชื่อมั่นว่าอนาคตของสถานที่ทำงานอยู่ที่การนำเทคโนโลยีมาช่วยอำนวยความสะดวกให้พนักงานสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ แต่ยังสามารถติดต่อและทำงานร่วมกันได้ผ่านแพลตฟอร์มและอุปกรณ์เชื่อมต่อทางเทคโนโลยีต่างๆ

องค์กรจะผันตัวสู่รูปแบบการทำงานแบบไฮบริดและยังสร้างความสุขในการทำงานให้พนักงานได้อย่างไร

 

สร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยและน่าทำงานให้กับทุกคน

การทำงานแบบไฮบริด ไม่ได้หมายถึงการทำงานที่บ้านอย่างถาวร พนักงานยังจำเป็นต้องมารวมตัวกันเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ยากจะสำเร็จ เช่น การสร้างสัมพันธ์ในกลุ่ม หาความร่วมมือ และระดมสมองหาไอเดียใหม่ๆ หลายงานศึกษาแสดงให้เห็นว่าการทำงานจากที่บ้านที่ยาวนานขึ้นจะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงาน ความผูกพันที่มีต่อองค์กร สุขภาพจิต ฯลฯ ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานต้องได้รับการสนับสนุนจากทั้งในและนอกองค์กร ธุรกิจต้องกลับมาทบทวนความจำเป็นในการใช้ออฟฟิศทั้งแบบถาวรและยืดหยุ่น เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมให้น่าทำงานควบคู่ไปกับความจำเป็นในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งหนึ่งในนโยบายที่ได้รับความนิยมจากองค์กร คือ การสนับสนุนให้เกิดการทำงานจากที่ไหนก็ได้

 

รูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ธุรกิจจำเป็นต้องหาผู้ช่วยอย่าง Switch ซึ่งถือเป็นแพลตฟอร์มแรกของโลกที่นำพื้นที่ทำงานสะดวกใช้มารวมไว้ให้เลือกใช้งานทันทีเมื่อต้องการ โดยไม่มีภาระผูกพัน และสามารถจ่ายค่าบริการตามการใช้งานจริง ตอบโจทย์รูปแบบการทำงานแบบไฮบริดได้อย่างสะดวกและครบครัน นอกจากนี้ Switch ยังจับมือกับห้างสรรพสินค้า อาคารเชิงพาณิชย์ และผู้ให้บริการพื้นที่ทำงานแบบยืดหยุ่นอย่างจัสโคในสิงคโปร์ เพื่อให้บริการโต๊ะทำงาน (hot desk) ในโคเวิร์คกิ้งสเปซ ห้องประชุม หรือแม้กระทั่งออฟฟิศส่วนตัว ซึ่งเลือกได้ตามความต้องการของผู้ใช้ สามารถค้นหาและทำการจอง รวมถึงเช็คอินและเช็คเอ้าท์ผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ด พร้อมบริการเรียกเก็บเงินผ่านระบบดิจิตอล ครบและจบในแอพลิเคชั่นเดียว

 

 

นอกจากนี้ปรากฏการณ์ความเปลี่ยนแปลงนี้ยังขยายวงกว้างไปสู่ธุรกิจท่องเที่ยว อย่าง AirBnB รวมไปถึงเครือโรงแรมต่างๆ ที่ขานรับแนวโน้มการทำงานจากที่ไหนก็ได้ โดยปัจจุบันเราจะเห็นว่าคนทำงานเองก็ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศไปทำงานในห้องพักโรงแรมหรือใน AirBnB แทนการทำงานจากที่บ้าน เพื่อให้การทำงานออกมาดีและสะดวกยิ่งขึ้น

 

การเปลี่ยนวิธีคิดและแรงสนับสนุนในทางบวก

ว่ากันว่าการเปลี่ยนวิธีคิดใหม่คือหนทางแห่งความสำเร็จ ผู้บริหารต้องเริ่มสร้างความมั่นใจให้พนักงานด้วยการนำนโยบายด้านการทำงานแบบไฮบริดมาปฏิบัติใช้จริงก่อน

 

รายงานหนึ่งของบริษัท Accentureแสดงให้เห็นว่าพนักงานทำงานได้ดีขึ้นเมื่อมีเครื่องช่วยที่มาพร้อมเทคโนโลยี ซึ่งสามารถทำให้การทำงานเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีอย่าง SixSense  ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial Analytics) เพื่อตรวจจับความหนาแน่นในการใช้งานของพื้นที่ทำงานแต่ละแห่งผ่านแอพลิเคชั่นบนมือถือ เพื่อความสะดวกในการวางแผนการเข้าใช้พื้นที่ทำงานล่วงหน้าและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่หนาแน่น เครื่องมือนี้ยังเป็นประโยชน์ในช่วงแพนเดมิค ให้พื้นที่ทำงานมีสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน แต่ยังคงไว้ซึ่งมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม

 

สร้างความร่วมมือในการทำงานให้เกิดขึ้นได้จากที่ไหนและเมื่อไหร่ก็ได้

เกิดเครื่องมือมากมายที่นำมาใช้เป็นตัวกลางในการสื่อสารและสร้างความร่วมมือระหว่างคนในองค์กรในช่วงแพนเดมิค ทั้งนี้ หลายองค์กรต่างก็ขานรับรูปแบบการทำงานแบบไฮบริด และเดินหน้าสู่การสื่อสารผ่านแพลตฟอร์ตออนไลน์ เพื่อไม่ให้การสนทนา ความร่วมมือ และกิจกรรมต่างๆ ในการสร้างสัมพันธ์ในทีมต้องสะดุดลง

 

ความร่วมมือและการสร้างสัมพันธ์ในทีมสามารถเกิดจากพื้นที่ทำงานแบบยืดหยุ่น แทนการกลับไปใช้ออฟฟิศประจำอย่างถาวร ด้วยแพลตฟอร์มทางเลือกอย่าง Switch ที่ช่วยให้ทีมสามารถพบปะกันภายใต้สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน สร้างให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และกระตุ้นให้พนักงานมีส่วนร่วมและรู้สึกผูกพันกับองค์กรได้

 

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อพนักงานสามารถเลือกสถานที่และรูปแบบการทำงานได้เอง ประสิทธิภาพในการทำงานก็จะเพิ่มขึ้น พร้อมช่วยลดความวิตกกังวลและเหนื่อยล้าจากการทำงาน นำไปสู่การทำงานที่มีความสุขยิ่งขึ้นสำหรับทีมงานทุกคน

The Hybrid Work Model: The Future of Work?

It’s undeniable that the world has changed in recent years, and that includes the world of work. With a forced work from home situation for many, they’ve taken the opportunity to reflect on their values and reevaluate their work-life balance. […]...

Read More

Reap the Benefits of a Co-working Space in Sathorn

The image of what a productive workplace looks like has undergone a transformation over recent years. The cachet of the private corner office and dozens of cubicles as far as the eye could see are starting to become icons of […]...

Read More