เรื่องราวของชุมชน

Co-Working Space ให้ประโยชน์ต่อผู้ประกอบการอย่างไร Startups?

Co-Working Space หรือ ออฟฟิศให้เช่าที่สามารถนั่งทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในหมู่ผู้ประกอบการอิสระและกลุ่มมิลเลนเนียล ก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปี 2020 และก่อนที่รูปแบบการทำงานจะเปลี่ยนไปจากเดิม ที่หลาย ๆ องค์กรเริ่มให้พนักงานสามารถทำงานในแบบ Work From Home ในช่วงของการระบาดของโควิด-19 และเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในขณะเดียวกันกลุ่มคนที่เป็น Digital Nomad และผู้ประกอบการ ก็มีการปรับรูปแบบการทำงาน ด้วยการเปลี่ยนไปนั่งทำงานใน Co-Working Space มากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ที่จะเห็นได้ว่าตัวเลขของกลุ่มคนที่เข้าไปใช้บริการ Co-Working Space มีจำนวนเพิ่มขึ้น ซึ่งนั่นหมายความว่าชาวกรุงเทพฯ ตอบรับเทรนด์การทำงานรูปแบบนี้เป็นอย่างดี แต่หลายคนก็อาจจะสงสัยว่าทำไม Co-Working Space ในกรุงเทพฯ ถึงได้รับการตอบรับเป็นพิเศษจากผู้ประกอบการและกลุ่มธุรกิจ Startups มาหาคำตอบไปพร้อมกันดีกว่า!

จุดเด่นและความน่าสนใจของ Co-Working Space ในกรุงเทพฯ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งแวดล้อมส่งผลต่อการทำงานโดยตรง ผู้ประกอบการหลาย ๆ คนจึงมองหาสิ่งแวดล้อมที่จะช่วยให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้มีสมาธิสามารถโฟกัสกับสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันได้ ซึ่ง Co-Working Space อย่างจัสโค (JustCo) มาพร้อมกับบรรยากาศที่เหมาะสมกับการทำงาน ที่สามารถตอบโจทย์กับความต้องการและตอบรับกับรูปแบบการทำงานที่ผู้ประกอบการมองหาได้เป็นอย่างดี

Co-Working Space ในกรุงเทพฯ สามารถมอบสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยและช่วยผลักดันให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีพื้นที่เพียงพอเพื่อให้ธุรกิจของคุณได้ทำงานได้ตามวิสัยทัศน์ ในขณะเดียวกันยังให้ความเป็นส่วนตัวสำหรับทีมงานทุกคนด้วย นอกจากนี้ Co-Working Space อย่างจัสโคยังมาพร้อมกับบริการและการต้อนรับที่น่าประทับใจ เพื่ออำนวยความสะดวกให้การดำเนินธุรกิจของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น

Co-Working Space มีส่วนช่วยและเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการอย่างไร?

ลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายในกระบวนการทำงาน

การเริ่มต้นทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากจะต้องอาศัยความสามารถและการวางแผนมากมายแล้ว ยังต้องอาศัยเงินทุนจำนวนมากอีกด้วย Co-Working Space ในกรุงเทพมหานครจึงเป็นคำตอบและตัวช่วยในการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถทุ่มเทกับการปั้นธุรกิจโดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่สำนักงาน

ตัวอย่างเช่น จัสโค สีลมเอจ ที่สามารถเดินทางได้อย่างสะดวก เพราะมีทางเดินเชื่อมต่อโดยตรงกับรถไฟฟ้า MRT และ BTS ซึ่งเหมาะสมสำหรับการเช่าเป็นออฟฟิศอย่างมาก เพราะนอกจากจะมีอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานอย่างครบครันแล้ว สมาชิกทุกคนยังสามารถใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและมีบริการดูแลในเรื่องต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับค่าเช่าอีกด้วย โดยบริการดูแลพื้นที่สำนักงานจะประกอบไปด้วยการดูแลด้านเทคนิคจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งหากคุณประสบปัญหาด้านเทคนิคใด ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องกังวล เพราะจะได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ที่สำคัญการใช้บริการ Co-Working Space ในกรุงเทพฯ ยังช่วยให้คุณสามารถขยายพื้นที่การทำงานไปพร้อมกับธุรกิจที่เติบโตขึ้นได้อย่างง่ายดายอีกด้วย

เพิ่มโอกาสในการสร้างคอนเน็กชัน

Co-Working Space มักจะจัดอีเวนต์และกิจกรรมเพื่อให้สมาชิกมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน ซึ่งการได้รู้จักและสร้างคอนเน็กชันจะช่วยให้ผู้ประกอบการและพนักงานสามารถเรียนรู้และร่วมมือกับธุรกิจอื่น ๆ เพื่อช่วยผลักดันธุรกิจของซึ่งกันและกันได้อย่างง่ายดายมากขึ้น

ซึ่งการร่วมมือและทำงานร่วมกันถือเป็นหัวใจของทุกความสำเร็จ ซึ่งการทำงานในรูปแบบของ Co-Working Space จึงถือว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้คนจากหลากหลายอุตสาหกรรมสามารถทำงานร่วมกันได้ ด้วยสภาพแวดล้อมที่ดีและเหมาะสม นอกจากนี้ยังจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถหาคนที่มีความสามารถหรือหาฟรีแลนซ์มาร่วมงานได้ไม่ยากอีกด้วย

เลือกออฟฟิศที่ใช่ เลือกจัสโค สีลมเอจ

การทำงานที่ Co-Working Space ไม่เพียงแต่เป็นการมอบสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับคุณและทีมงาน แต่ยังทำให้เส้นทางการทำธุรกิจเป็นไปอย่างคุ้มค่า เนื่องจากคุณจะมีโอกาสได้พบปะกับคนที่มีวิสัยทัศน์ใกล้เคียงกัน ควบคู่ไปกับการมีโอกาสเติบโตอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่คุณต้องทำตอนนี้คือการพิจารณาเลือก Co-Working Space ที่เหมาะสมกับบริษัทเพื่อความก้าวหน้าของธุรกิจในอนาคต

Co-Working Space สาขาใหม่ล่าสุดจากจัสโคที่สีลมเอจ เป็นพื้นที่ที่ผสมผสานระหว่างออฟฟิศระดับพรีเมียมและร้านค้า ซึ่งตั้งอยู่บนหัวมุมถนนสีลมตัดกับถนนพระราม 4 มีทางเดินเชื่อมต่อโดยตรงกับรถไฟฟ้า MRT สถานีสีลมและ BTS สถานีศาลาแดง โดยเป็นโลเคชันใจกลางย่านธุรกิจที่พลุกพล่าน รายล้อมด้วยร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวและจุดเช็กอินต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ

จัสโค สีลมเอจ ครอบคลุมพื้นที่ 4 ชั้นของอาคาร ทำให้สามารถมองเห็นวิวที่สวยงามของสวนลุมพินี โดยมีไฮไลท์อยู่ที่พื้นที่อเนกประสงค์ที่กว้างขวางสำหรับการทำงานร่วมกัน ทั้งโต๊ะนั่งทำงานใน Co-Working Space และมุมต่าง ๆ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถรองรับสมาชิกได้กว่า 900 คน ถือว่าเป็นพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์ในรูปแบบชุมชนแซนด์บ็อกซ์ที่สมบูรณ์แบบเลยทีเดียว

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Co-Working Space ที่สีลมเอจ สามารถติดต่อจัสโคได้