เรื่องราวของชุมชน

Shared Office Space มีความสำคัญอย่างไรกับการทำงานแบบ Hybrid

อันที่จริงแล้วก่อนที่จะเกิดการระบาดของโรคโควิด – 19 บริษัทหลายแห่งได้พยายามสร้างความยืดยุ่นและความสมดุลให้กับการทำงานในรูปแบบเดิม ๆ เพราะจากแต่ก่อนที่ต้องเข้าออฟฟิศทุกวันหรือเข้าออกงานให้ตรงเวลา แต่บางบริษัทได้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน โดยให้พนักงานสามารถไปนั่งทำงานที่ไหนก็ได้ในบางวันของสัปดาห์ แต่เมื่อมีการระบาดของโรคโควิดเกิดขึ้น การทำงานแบบ Remote ได้กลายเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะสามารถทำงานได้จากที่บ้านหรือที่ไหนก็ได้ และดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติของบริษัททั่วโลกไปแล้ว รวมถึงบริษัทหลาย ๆ แห่งในกรุงเทพฯ ด้วยเช่นกัน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อพนักงานได้สัมผัสกับประสบการณ์การทำงานที่มีความยืดหยุ่นสูงเช่นนี้ ทำให้ไม่อยากกลับไปทำงานในรูปแบบเดิมอีกต่อไป อีกทั้งยังทำให้การทำงานในแบบ Hybrid เป็นสิ่งที่เหล่าพนักงานคาดหวังว่าจะถูกนำมาปรับใช้มากขึ้นอีกด้วย 

Hybrid Working คืออะไร? และ Shared Office Space เกี่ยวข้องกับการทำงานในแบบ Hybrid อย่างไร? รวมถึงการทำงานในรูปแบบนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและเหมาะกับยุค New Normal ได้จริงหรือไม่? ไปหาคำตอบกันได้ในบทความนี้ 

Hybrid Working คืออะไร?

ก่อนที่เราจะพาคุณไปรู้จักกับการทำงานในรูปแบบ Hybrid กันให้ลึกมากขึ้น เราจะพาคุณไปหาคำตอบกันก่อนว่า Hybrid Working คืออะไร? ซึ่งถึงแม้ว่าคำว่า Hybrid Working จะสามารถแปลได้หลายความหมาย แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันก็คือ Hybrid Working นั้นเป็นรูปแบบการทำงานที่ผสมผสานระหว่างการทำงานในออฟฟิศและการทำงานแบบ Remote เข้าด้วยกัน ซึ่งทั้งองค์กรและพนักงานจะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจว่า จะต้องแบ่งเวลามาทำงานที่ออฟฟิศกี่วัน และทำงานในแบบ Remote ได้กี่วัน

รูปแบบของ Hybrid Working มีแบบไหนบ้าง?

ปัจจุบันในแต่ละบริษัทมีรูปแบบการทำงานแบบ Hybrid ที่แตกต่างกันไป แต่จะเลือกรูปแบบอย่างไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและความสะดวกในการทำงานของเหล่าพนักงานเป็นหลัก แต่จะสามารถแบ่งรูปแบบการทำงานได้ดังต่อไปนี้

1.ทำงานที่ออฟฟิศเป็นหลัก

สำหรับบริษัทที่ทำงานแบบ Hybrid และมีนโยบายให้ทำงานที่ออฟฟิศเป็นหลักนั้นหมายความว่า พวกเขาต้องการให้ออฟฟิศเป็นสถานที่ของการทำงานเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะต้องมาออฟฟิศทุกวันหรือไม่มีความยืดหยุ่นใด ๆ เพียงแต่บริษัทต้องการให้พนักงานทำงานให้ได้มากที่สุดในวันที่ต้องเข้ามาออฟฟิศนั่นเอง 

2.ทำงานแบบ Remote อย่างเต็มรูปแบบ

ส่วนการทำงาน Remote แบบเต็มรูปแบบนั้น แน่นอนว่าบริษัทต้องการให้การทำงานแบบ Remote เป็นตัวเลือกหลักสำหรับพนักงานส่วนใหญ่ ซึ่งอาจจะไม่ใช่พนักงานทุกคน และในบางตำแหน่งหรือบางขั้นตอนของการทำงานก็อาจมีข้อจำกัดที่ทำให้ต้องเข้าออฟฟิศบ้าง เช่น การเข้าประชุมกับทีม เป็นต้น

3.3-2 โมเดล

3-2 โมเดลนั้นคือรูปแบบการทำงานที่ให้พนักงานเข้าออฟฟิศ 3 วัน และทำงานที่บ้านอีก 2 วัน หรืออาจเข้าออฟฟิศ 2 วัน และทำงานที่บ้าน 3 วันก็ได้เช่นกัน ซึ่งบริษัทที่ใช้รูปแบบการทำงานในรูปแบบนี้ เนื่องจากว่ายังคงต้องการให้คนในทีมมีปฏิสัมพันธ์กัน และการทำงานเป็นทีมยังคงเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมองค์กรนั้น ๆ 

4.เจาะจงวัน Work From Home

บริษัทที่มีนโยบายแบบเจาะจงวัน Work From Home โดยเฉพาะ ซึ่งจะมีวันที่แน่นอนสำหรับการทำงานในแบบ Work From Home ที่พนักงานทุกคนเห็นด้วย และวันที่ Work From Home นั้นควรจะเป็นวันที่ไม่มีการประชุมหรือมีกิจกรรมอื่นๆ ที่ต้องทำร่วมกัน

โดยการทำงานในรูปแบบนี้ก็จะต่างกับการทำงานแบบเข้าออฟฟิศแบบเต็มรูปแบบและการทำงานแบบ Remote เต็มรูปแบบ เพราะบริษัทจะต้องมีการกำหนดแนวทางปฏิบัติอย่างชัดเจนว่าวันไหนจะต้องทำอะไร หรือวันไหนจะทำงานที่ใด 

ซึ่งรูปแบบการทำงานที่หลากหลายเช่นนี้ ส่งผลให้ในแต่ละบริษัทมีความแตกต่างกันไป และอาจเรียกได้ว่ากลายเป็นวัฒนธรรมที่สะท้อนตัวตนของบริษัทนั้น ๆ ได้อีกด้วย 

อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่า รูปแบบการทำงานที่มีความยืดหยุ่นนั้นมีมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่เมื่อเกิดการระบาดของโควิด จึงเป็นตัวกระตุ้นให้การทำงานแบบ Hybrid มีความต้องการมากขึ้น อีกทั้งความต้องการในการใช้งาน Hybrid Office Space ก็มีมากขึ้นตามมาด้วยเช่นกัน

Hybrid Office มีรูปแบบอย่างไร?

Hybrid Office คือออฟฟิศที่ตอบโจทย์ต่อทั้งพนักงานที่ทำงานแบบ Remote เป็นหลัก และพนักงานที่เข้าออฟฟิศเป็นหลัก ดังนั้น Hybrid Office จึงยิ่งเหมาะสมอย่างมากต่อธุรกิจ Startups ที่ต้องการพื้นที่หรือห้องต่าง ๆ ที่มีความยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นบริษัท Tech ที่ส่วนใหญ่ให้พนักงานเลือกทำงานจากที่ไหนก็ได้ หรือบริษัทที่ต้องการมีตัวเลือกการทำงานหลาย ๆ แบบให้กับพนักงาน ดังนั้น ธุรกิจ Startups หลาย ๆ แห่งในกรุงเทพฯ จึงเลือกที่จะเช่า Shared Office Space เพื่อที่จะสามารถตอบโจทย์การทำงานในหลาย ๆ รูปแบบนั่นเอง

เพราะแทนที่จะให้พนักงานทำงานแบบ Remote เพียงอย่างเดียว หรือบังคับให้พวกเขาเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศ การทำงานแบบ Hybrid ก็จะช่วยให้พนักงานมีความยืดหยุ่นในเรื่องของเวลาเริ่มงานหรือเลิกงานมากขึ้น แถมยังไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางอีกด้วย และยิ่งหากพนักงานมีตัวเลือกว่าสามารถเข้ามาใช้ Shared Office Space เมื่อไรก็ได้ ก็อาจทำให้อัตราการลาออกของพนักงานลดลง และมีความต้องการที่จะปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนในทีมมากขึ้น อีกทั้งเมื่อพนักงานไม่จำเป็นที่จะต้องเสียเงิน และใช้เวลาในการเดินทางเพื่อมาออฟฟิศหรือกลับบ้านที่ต้องใช้เวลานาน พนักงานก็จะสามารถนำเงินและเวลาที่เหลือไปทำในสิ่งที่รักได้อีกด้วย ทำให้มี Work-Life Balance ที่ดีมากยิ่งขึ้น

ซึ่งนอกจากการเช่า Shared Office Space ในกรุงเทพฯ อย่าง JustCo ที่มีแพคเกจที่มีความยืดหยุ่นจะมีประโยชน์กับพนักงานแล้ว บริษัทเองก็ยังไม่ต้องเสียเงินค่าสวัสดิการหรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เพิ่มเติมอีกด้วย

ความสำคัญของ Shared Office Space ที่ตอบโจทย์มากกว่าที่คิด

ถึงแม้ว่าเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว การมีออฟฟิศขนาดใหญ่และมีห้องทำงานเล็ก ๆ ที่มีความเป็นส่วนตัวจะได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ในยุคหลังโควิด เราจะเห็นได้ว่าหลาย ๆ องค์กรเริ่มมีความยืดหยุ่นมากขึ้น รวมถึงยังให้ความใส่ใจในเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ แก่พนักงาน เพราะสิ่งเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญกว่าการมีออฟฟิศใหญ่ ๆ เสียอีก 

อย่างในอดีต ‘ห้องประชุม’ คือสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยในทุกบริษัท แต่ในปัจจุบันหลาย ๆ ออฟฟิศในกรุงเทพฯ ได้ตระหนักว่า พวกเขาไม่ได้ต้องการห้องประชุมที่ต้องใช้งานทุกวัน แต่จะใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ดังนั้นการจ่ายเงินเพื่อเช่าห้องประชุมทุกเดือนอาจไม่ใช่เรื่องจำเป็นอีกต่อไป จึงทำให้บริษัทหลาย ๆ แห่ง เริ่มหันมาเช่าห้องประชุมเป็นรายชั่วโมงแทน

ซึ่งนอกจากจะช่วยให้บริษัทสามารถจ่ายเงินเพียงแค่สิ่งอำนวยความสะดวกเท่าที่ต้องการแล้ว Shared Office Space ในกรุงเทพฯ อย่าง JustCo ยังแสดงให้เห็นถึงรูปแบบการใช้งานเฟอร์นิเจอร์ ที่มีความเหมาะสมกับการทำงานยุคนี้และในอนาคต เพราะที่นี่มีเฟอร์นิเจอร์ให้คุณเลือกได้ใช้ตามความต้องการ นั่นเป็นเพราะว่า ธุรกิจ Startups ส่วนใหญ่จะเช่า Shared Office Space ในระยะสั้น ดังนั้นพวกเขาจึงต้องการเฟอร์นิเจอร์เท่าที่จำเป็นอย่าง โต๊ะ ไวท์บอร์ด และเก้าอี้เท่านั้น

อย่างไรก็ดี ที่ JustCo มีบริการให้ผู้เช่าเลือกเพิ่มเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ ได้ตามต้องการ แต่โดยเป้าหมายหลักของ Shared Office Space คือการให้บริษัทต่าง ๆ ได้ใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และลดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้ทุกคนสามารถทำงานอย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

มาเริ่มต้นการทำงานแบบ Hybrid Work กันดีกว่า

ท้ายที่สุดแล้ว รูปแบบการทำงานแบบ Hybrid ที่ดีที่สุด อาจจะต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและความต้องการของในแต่ละบริษัท ซึ่งหากบริษัทของคุณกำลังมองหาพื้นที่การทำงานที่มีความยืดหยุ่นและตอบโจทย์กับการทำงานทั้งแบบ Remote และการทำงานแบบเข้าออฟฟิศล่ะก็ Shared Office Space ในกรุงเทพฯ อย่าง JustCo ก็จะสามารถตอบโจทย์คุณได้อย่างดีเยี่ยม เพราะ Shared Office Space ของเราตั้งอยู่ในย่านธุรกิจใจกลางเมือง ทั้ง สาทร สีลมเอจ และอีก 5 สาขาทั่วกรุงเทพฯ

ให้จัสโคช่วยคุณเริ่มต้นการทำงานแบบ Hybrid ติดต่อ JustCo วันนี้ เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Shared Office Space ในกรุงเทพฯ